วันเสาร์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2553

วืด 3G ไม่ว่าแต่ อย่าให้พลาดอันนี้นะ

ผมไม่ค่อยสบายใจกับการที่ 3G ถูกดองเค็มปี๋ เห็นคนเสียดายกันยกใหญ่ และเผอิญดูรายการกบนอกกะลาซึ่ง นำเสนอความจำเป็น "เทียม" ของ 3G แล้วรู้สึกไม่สบายใจมากกว่าเดิม เพราะไม่แน่ใจว่าเป็นรายการสปอนเซอร์ หรือ เป็นสารคดีจริง ผมรู้สึกถึงการสร้าง demand เทียมของ 3G ให้สังคมครับ เนื่องจากรายการพูดถึง

  1. application ส่วนใหญ่ ที่พูดถึงในรายการ ไม่ต้องมี 3G ก็ใช้งานได้ อยู่แล้ว
  2. พฤติกรรมการใช้ text ของไทยกะญี่ปุ่นต่างกัน 
    • ญี่ปุ่นห้ามใช้โทรศัพท์พูดระหว่างอยู่บนรถไฟ
    • ถามคนญี่ปุ่นโทรศัพท์ 3G ที่มีข้อมูลส่วนตัวหายแล้วทำไง คนญีปุ่นตอบว่ามันมี GPS ตามได้ว่าอยู่ที่ไหน ในคนไทยคงต้องการคำตอบว่าสิทธิส่วนบุคคลจะถูกละเมิดหรือไม่ซึ่งคนญี่ปุ่นเขาไม่มีปัญหานี้เพราะเขาคิดว่ามันไม่เกิดกะเขา 
ทีนี้ ทำไมเราถึงอยากมี 3G ก็คงเป็นเพราะคุณต้องการแบนด์วิท 7 Mbit เป็นหลักแหละ แต่ว่า
  1. เราคิดว่าจะมี apps อะไรต่างจากปัจจุบันมากมาย ปัจจุบันเราอยู่มหาวิทยาลัยใช้ wifi 54Mbit เราก็ไม่มี app อะไรพิสดารให้ใช้จากความเร็วของ wifi มากนัก
  2. การที่เรามีช้ากว่าคนอื่น ก็น่าจะไปลองดูนะว่าผ่านมาสามปีแล้วคนอื่นมีอะไร ใช่ครับ ไปญี่ปุ่นคุณเห็น apps ใหม่ๆเพียบ แล้วที่อื่นในโลกหละทำอะไรกันกะ 3G เช่นที่อเมริกา 
  3. นึกดูดีดีมี app อะไรที่คุณโหลดมาใช้บน iPhone หรือ Android ของคุณแล้วมันจำเป็นต้องใช้ 3G อย่างมากสุดๆ ผมเห็นอย่างหนึ่งที่จำเป็นต้องใช้ 3G คือ navigation/map คุณลองดูแล้วกันนะว่าคุณใช้ wifi โหลดผ่าน Google map แล้วมันเร็วแค่ไหนก็เห็นๆกันอยู่ ซึ่งนั่นก็คือ ทำไม พวก navi ทั้งหลายต้องโหลดแผนที่ off-line ไว้ก่อน
  4. คุณจะโหลดหนัง HD มาดูบนมือถือหรือครับ
  5. แน่นอน 7 Mbit โหลด youtube 15 นาทีดูได้ ถามว่าคุณโหลด youtube ผ่าน wifi ที่มหาลัย แล้วมันดูได้ต่อเนื่องไม๊ 
  6. โอเค โหลด mp3 ขนาด 4-5Mได้สะดวก คำถามก็คือคุณต้องการจริงเหรอ ในมือถือคุณมีเพลงกี่เพลงแล้วครับ ผมเดาว่า เพลงในเครื่องคุณมีเป็นหมื่นเพลง ฟังทั้งปีก็ฟังไม่หมด 
  7. คุณอาจมีหนังเป็นหมื่นเรื่องเพิ่มเติมในมือถือคุณ ซึ่งก็คงจะไม่ได้ดู ซึ่งประเด็นนี้คุณทำ offline sync ซะมากกว่า
ใครได้/เสียประโยชน์ในการมีหรือไม่มี 3G
  1. แน่นอน ผู้บริโภคเสียประโยชน์แน่ครับ และยิ่งถ้าหากไม่มีการแข่งขันเสรียิ่งไปกันใหญ่ 
  2. เมื่อต้องมี 3G บริษัทต้องลงเงินลงทุนเพิ่มเยอะมาก แต่บริษัทก็ต้องพร้อมลงทุนเพิ่มเพราะไม่อยากเสียโอกาสทางธุรกิจ แต่ถามว่า เขาจะคิดค่าบริการมากกว่าเดิมได้มากเท่าไรเชียวครับเพื่อครอบคลุมการลงทุนใหม่ครั้งนี้ แรกๆอาจจะได้ เหมือนตอนมีมือถือขายกันใหม่ ใช้กันเดือนหละเท่าไรกันหละครับ จำกันได้ไม๊ แล้วดูสิครับเมื่อเข้าถึง mass แล้วราคาเท่าไรครับ ผมเดาว่าค่าบริการ 3G ในระยะที่ stable แล้วก็จะไม่ต่างจาก gprs ในปัจจุบันและ จะไม่มีทางแพงกว่า Home ADSL ในขณะนั้นครับ 
  3. สำหรับบริษัทที่ดำเนินธุรกิจนี้ ผมว่าลึกๆเขาก็สบายใจระดับหนึ่ง ที่ถูกปิดสนามแข่ง อย่างน้อยเงินลงทุนก็เอาไปทำอื่นก่อนได้ โดยไม่ต้องห่วงว่าจะตามใครไม่ทันหรือแซงในการแข่งขันสนามประเทศไทย
  4. ถ้าไม่มี 3G คนขาย 3G infrastructure คงเซ็งเพราะ ขายของล๊อตใหญ่ครั้งสุดท้ายคือขายระบบ GSM เมื่อกี่ปีมาแล้วหว่า เครื่องก็ดันยังไม่เจ๊ง คนใช้ก็ยัง happy ที่จะใช้ เลยสร้างความต้องการผู้บริโภคโดยการเสนอ apps ใหม่ๆให้เรื่อยๆ แต่ก็ยังไม่มี apps แบบ โดนใจไม่ใช้ตายแน่ สักอย่างเดียวครับ
พูดไป ผมมองโลกแง่ร้ายจัง ผมบอกว่าผมมองจากประวัติศาสตร์การก้าวข้ามเทคโนโลยีครับ ผมเปรียบเทียบให้อย่างนี้นะครับ
  • การมี 2G (GSM/CDMA) มันก็เหมือนการกระโดดจาก โมเด็ม 54K มาเป็น LAN 10Mbit/100Mbit แหละครับ คุณจะรู้สึกดีมากๆกับมัน เพราะมันทะลุขีดจำกัดบางอย่าง อย่างเห็นได้ชัดครับ แรกๆใช้ 10M แล้วสักพักก็มีการเปลี่ยนมาเป็น 100M ซึ่งผมคิดว่าช่วงนั้นการเปลี่ยนความเร็วขึ้น 10 เท่าก็ไม่ทำให้ชีวิตคุณดีกว่าเดิมมากมายอะไร
  • แต่การกระโดดจาก 2G เป็น 3G มันก็เหมือนกับคุณมี LAN 100M อยู่แล้วมีคนบอกว่าคุณจะเสียโอกาสอย่างมากถ้าคุณไม่ปรับเป็น LAN 1GB ก็คิดดูเอาว่าคุณได้อะไรเพิ่มเติม
  • มีคนบอกผมว่า คุณจะได้โอกาสที่จะได้ app ดีๆเพิ่มขึ้นครับ จริงครับ แต่ผมอัพ LAN เป็น 1G แล้วผมก็ยังดู youtube กระตุกเหมือนเดิม เพราะ public infrastructure มันไม่ได้อัพเกรดตามมานี่ครับ มันต่างกันกับตอนใช้โมเด็มครับ ตอนนั้นดู youtube ไม่ได้เลย
  • จากเรื่อง เปลี่ยนโมเด็ม มาเป็น LAN ผมก็เลยมีทฤษฎีส่วนตัวครับว่า การจะเกิด breakthrough ทาง app ในโทรศัพท์ได้ ความเร็วเน็ตเพิ่ม 10 เท่าเนี่ยมันเรื่องปรกติมากๆครับ ถ้าจะทะลุ ต้อง 200 เท่าครับ ซึ่งเผอิญมันดูเยอะเพราะเป็น log scale ซึ่งมันก็แปลเป็น "G" แล้วกันครับว่า ต้องเพิ่ม 2.3G ถึงจะ breakthrough
แม้ว่าการที่ 3G ถูกล้มประมูลไปแบบนี้ มันสะท้อนความไม่เข้าท่าของระบบบริหารไทย เราจะมีหรือไม่มีเอกชนก็ลงทุนไป ผู้บริโภคก็ใช้วิจารณญาณกันไป ความไม่เข้าท่าของ องค์กรประเทศ CAT และ TOT จะอยู่ได้หรือไม่ได้ ก็ต้องปล่อยๆกันไปตามกระแสโลก  เบื่อที่จะบ่น เซ็งที่จะฟัง

แต่ผมฟันธงว่าพวกเราไม่เดือดร้อนอะไรมากหรอกกับการไม่มี 3G วันนี้ครับ

/* แต่อย่าให้พลาด "4.3G" แล้วกัน ไม่งั้นบรรลัยแน่นอน */ 

2 ความคิดเห็น:

  1. 3G เมื่อได้รับใบอนุญาตแล้ว ทุกเครือข่ายจะคิดค่าบริการสำหรับ Data ตามขนาดข้อมูลครับ ยิ่งโหลดเยอะ ยิ่งแพง

    ตอบลบ
  2. เวลาอยู่นอกม.มันไม่ได้มีwifiใช้อ่าครับ
    2G edgeวิ่งอย่างมากก็10kb/s
    กับ3g 7Mbps นิ่งต่างกับโขเลยนะครับเร็วขึ้นเกือบ100เท่า
    เหมือนเคยใช้โมเด็มdial-up มาเป็น LAN100Mbitแหละครับ

    ตอบลบ